Askmebet เรามีแฮนดิแคปบอล หรือการเดิมพันฟุตบอลที่มีความเท่าเทียมกันมากขึ้น โดยให้ทีมใดทีมหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบในเชิงสมมติ ทำให้การเดิมพันน่าตื่นเต้นและมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกทีมที่เชื่อว่าจะทำผลงานได้ดีเกินอัตราต่อรอง ไม่ว่าจะเป็นทีมเต็งหรือทีมรองบ่อน

เดิมพันฟุตบอลแบบดั้งเดิม (1X2) จะมีข้อจำกัดสำคัญนั่นคือผลเสมอ ซึ่งทำให้การวิเคราะห์และความได้เปรียบทางคณิตศาสตร์ลดลง แต่แฮนดิแคปเป็นรูปแบบที่ขจัดผลเสมอออกไป ทำให้ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เหลือเพียงสองทาง คือ ชนะหรือแพ้
ทำไมแฮนดิแคปบอลจึงได้รับความนิยม
เดิมพันแบบแฮนดิแคปสำหรับการแข่งขันฟุตบอลได้รับความนิยมอย่างมากด้วยเหตุผลหลายอย่าง หนึ่งในเหตุผลก็คือความเรียบง่าย เนื่องจากเป็นการเลือกทีมที่คุณคิดว่าจะชนะ อีกทั้งมันช่วยให้ผู้ติดตามทีมสามารถสนับสนุนทีมที่ชื่นชอบได้ ไม่ว่าทีมนั้นจะถูกคาดหวังว่าจะทำผลงานได้ดีแค่ไหน เช่น หากทีมถูกคาดหวังว่าจะชนะขาดลอย คุณสามารถวางเดิมพันแบบแฮนดิแคป -3 หรือ -4 เพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่สูงขึ้น
การเดิมพันฟุตบอลแบบมีแต้มต่อบวกและแต้มต่อลบ
แฮนดิแคปเครื่องหมาย “+” สำหรับเดิมพันฟุตบอล หมายถึง การเพิ่มประตูสมมติให้กับทีมใดทีมหนึ่ง ซึ่งจะถูกนำไปบวกกับผลการแข่งขันสุดท้าย
ตัวอย่าง : เดิมพันทีม A ที่ +1.0
ทีม A ชนะหรือเสมอ : ถือว่า ชนะเต็ม
ทีม A แพ้ด้วยผลต่าง 1 ประตู (เช่น 0-1) : ถือว่า เสมอคืนเงินทุน
ทีม A แพ้ด้วยผลต่าง 2 ประตูขึ้นไป : ถือว่า แพ้เต็ม
แฮนดิแคปเครื่องหมาย “-” หมายถึง สมมติให้ทีมใดทีมหนึ่งมีผลต่างประตูเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายความว่าทีมนั้นจะต้องชนะด้วยผลต่างประตูที่มากกว่าค่าแฮนดิแคปที่กำหนดไว้
ตัวอย่าง : เดิมพันทีม B ที่ -2.0
ทีม B เสมอหรือแพ้ : ถือว่า แพ้เต็ม
ทีม B ชนะด้วยผลต่าง 1 ประตู (เช่น 2-1) : ถือว่า แพ้เต็ม
ทีม B ชนะด้วยผลต่าง 2 ประตู (เช่น 2-0) : ถือว่า เสมอคืนเงินทุน
ทีม B ชนะด้วยผลต่าง 3 ประตูขึ้นไป (เช่น 3-0) : ถือว่า ชนะเต็ม
แนวคิดแฮนดิแคปทำให้การแข่งขันมีความสมดุลมากขึ้น โดยไม่มีทีมใดทีมหนึ่งได้เปรียบมากเกินไป ทีมเต็งจะต้องชนะด้วยแต้มที่มากกว่า และทีมรองจะได้รับแต้มต่อสมมติ นอกจากนี้ยังมีแฮนดิแคปแบบเอเชีย ซึ่งแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยสัญลักษณ์แฮนดิแคปจะมีค่าเป็น 0.5 ซึ่งลดโอกาสที่ผลเดิมพันจะเสมอกัน ขณะที่ฟุตบอลแบบแฮนดิแคปของยุโรปโดยปกติจะใช้ตัวเลขจำนวนเต็ม เช่น +1 หรือ -1